Loading...

ประเภทคีย์บอร์ดแบ่งตามกลไกปุ่มกด


1. คีย์บอร์ดปุ่มยาง (Rubber Dome Keyboard)

         คีย์บอร์ดปุ่มยาง (Rubber Dome Keyboard) นั่นก็เพราะว่าคีย์บอร์ดประเภทนี้เป็นคีย์บอร์ดชนิดที่พบได้มากที่สุดในตลาด เนื่องจากต้นทุนในการผลิตต่ำกว่าและผลิตได้ง่ายกว่า แต่นั่นก็ต้องแลกมากับอายุการใช้งานที่ต่ำและสัมผัสการกดปุ่มแป้นพิมพ์ที่ ไม่สบายเท่าคีย์บอร์ด Mechanical หรือ Semi-Mechanical

         หลักการทำงานของคีย์บอร์ดประเภทนี้ที่ใช้ปุ่มยาง (Rubber dome) เล็กๆ ใต้ปุ่มแต่ละปุ่มเปิดปิดวงจรไฟฟ้าในตัว เมื่อท่านกดปุ่มคีย์บอร์ดลงไป ตัวเชื่อมวงจรใต้ปุ่มก็จะถูกกดจนยุบลงไปเชื่อมแผงวงจรให้ครบวงจร ก่อนปุ่มยางจะเด้งตัวกลับขึ้นมา
คีย์บอร์ด



วิวัฒนาการของคีย์บอร์ด

2. คีย์บอร์ดกลไก (Mechanical Keyboard)

         คีย์บอร์ดกลไก หรือ เมคานิคอลคีย์บอร์ด (Mechanical Keyboard) ที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด น่าจะเป็น “คีย์บอร์ดสำหรับเล่นเกม (เกมมิ่งคีย์บอร์ด)” นั่นเอง เหตุผลที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่มักจะเลือกคีย์บอร์ดประเภทนี้เป็นอาวุธ ประจำกาย นั่นก็เพราะว่าเมคานิคอลคีย์บอร์ดนั้น “ใช้สนุกและพิมพ์สบาย”คีย์บอร์ดประเภทนี้จะมีแรงต้านทำให้ไม่เผลอกดได้ง่ายๆ เมื่อเกมเมอร์กดคอมโบในเกมก็จะมีเสียงคลิ๊กๆตามสวิตช์ที่เลือกใส่ลงไปใน คีย์บอร์ด และยังมีแสงสีเพิ่มความสวยงามให้น่าใช้งานมากขึ้น
ประเภทสวิตช์ของคีย์บอร์ดกลไก (Key Swith)
  • Red Switch เป็น Key Switch ประเภท Linear ที่มีแรงกดเบา เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบปุ่มที่กดง่ายและไม่มีเสียงคลิกหรือแรงสะท้อนหลายจังหวะ ตัวปุ่มจะกดลงไปที่แผงวงจรโดยตรง
  • Blue Switch เป็นสวิตช์ที่มีแรงกดปานกลางและมีเสียงคลิกดัง เหมาะสำหรับการพิมพ์ที่ต้องการความรู้สึกตอบสนองชัดเจน พร้อมเสียงคลิกที่ชัดเจนกว่ารุ่น Brown Switch

3. คีย์บอร์ดกึ่งกลไก (Semi-Mechanical Keyboard)

        สำหรับคีย์บอร์ดกึ่งกลไกหรือเซมิเมคานิคอลคีย์บอร์ด
(Semi-Mechanical Keyboard)   นั้นชื่อของมันก็บอกอยู่ว่าเป็นคีย์บอร์ดลูกผสม ความพิเศษของคีย์บอร์ดตัวนี้ก็คือมันได้รวบรวมความโดดเด่นหลายๆข้อของคีย์บอร์ดปุ่มยางกับเมคานิคอลคีย์บอร์ดเอาไว้ด้วยกันนั่นเอง

         คีย์บอร์ดกึ่งกลไกนี้มีการทำงานคล้ายกับคีย์บอร์ดปุ่มยางครับ นั่นคือ ภายในคีย์แคปจะมีปุ่มยาง (Rubber dome) คอยรับแรงกดเพื่อเชื่อมวงจรใต้คีย์บอร์ด เมื่อครบวงจรแล้วจึงเด้งตัวกลับขึ้นมา ส่วนความพิเศษของคีย์บอร์ดชนิดนี้ก็คือ มันให้ความรู้สึกราวกับว่าเรากำลังใช้เมคานิคอลคีย์บอร์ดอยู่ทว่ามีราคาถูกกว่าเมคานิคอลคีย์บอร์ดของแท้เยอะทีเดียวนอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถถอดคีย์แคปเพื่อปรับแต่งปุ่มกดได้เหมือนกับเมคานิคอลคีย์บอร์ด
คีย์บอร์ด




แบ่งตามขนาดและจำนวนปุ่มกด


1. คีย์บอร์ดแบบขนาดเต็ม
 (Full-Sized Keyboard)

         คีย์บอร์ดขนาดเต็มเป็นคีย์บอร์ดที่พบเจอได้ทั่วไปตามท้องตลาด คีย์บอร์ดชนิดนี้มีปุ่มทั้งหมด 104 ปุ่มที่มีครบทั้งปุ่มอักขระ ปุ่มตัวเลขปุ่มลูกศรและปุ่มฟังก์ชันโดยปุ่มสำคัญจะถูกจัดให้เป็นกลุ่ม

2. คีย์บอร์ดไร้ปุ่มตัวเลข
 (Ten-Key-Less Keyboard - TKL)

         ข้อแตกต่างเดียวของคีย์บอร์ดไร้ตัวเลขกับคีย์บอร์ดขนาดเต็มก็คือ คีย์บอร์ดประเภทนี้ไม่มีปุ่มตัวเลขแยกออกมาครับ และด้วยขนาดที่เล็กกว่าคีย์บอร์ดประเภทแรก จึงทำให้คีย์บอร์ดชนิดนี้ถูกเรียกอีกชื่อว่า 80% Keyboard คีย์บอร์ดประเภทนี้เป็นที่ถูกใจของเกมเมอร์และคนทำงานหลายๆ คนเนื่องจากขนาดที่เล็กลงทำให้มีพื้นที่เลือกวางเมาส์กว้างขึ้นและไม่ต้องปวดแขนจากการฉีกวงแขวนกว้าง
คีย์บอร์ด


3. คีย์บอร์ดแบบกะทัดรัด
 (Compact Keyboard)

         คีย์บอร์ดชนิดนี้ยังมีปุ่มฟังก์ชั่นสำคัญครบ ทว่าความพิเศษของมันไม่ใช่จำนวนปุ่มกด แต่เป็นการจัดวางปุ่มแบบที่แนบชิดติดกันแบบไม่เหลือช่องว่างครับ และด้วยขนาดที่เล็กลงจึงทำให้มันถูกเรียกว่า 75% Keyboard หรือ 60%ตามขนาดที่เล็กลงมานั่นเอง


แบ่งตามเลย์เอ้าท์การจัดวางปุ่ม


ANSI
(American National Standards Institute)

ในคอมพิวเตอร์ ANSI มีชื่อเสียงในการกำหนดมาตรฐานแป้นพิมพ์ โดยรูปแบบ ANSI Layout ซึ่งใช้แพร่หลายในสหรัฐฯ มีจุดเด่นที่ตำแหน่งและขนาดแป้น เช่น แป้น Enter แนวนอน และแป้น Shift ซ้ายที่เล็กกว่าเมื่อเทียบกับมาตรฐาน ISO ที่ใช้ในยุโรป

เป็นเลย์เอ้าท์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในอเมริกาและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

คีย์บอร์ด
วิวัฒนาการของคีย์บอร์ด

ISO
(International Organization for Standardization)

เลย์เอ้าท์รูปแบบนี้สามารถสังเกตได้ง่ายๆ จากปุ่ม Enter ที่ถูกทำเป็นรูปตัวแอล (L) คีย์บอร์ดแบบ ISO นี้ถูกใช้กันในแถบประเทศยุโรปเป็นส่วนมากด้านที่มีขนาดใหญ่กว่าและแป้น Shift ซ้ายที่มีขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับมาตรฐาน ANSI

JIS
(Japanese Industrial Standards)

(JIS Keyboard Layout) ซึ่งใช้กันแพร่หลายในญี่ปุ่น ลักษณะเด่นของแป้นพิมพ์ JIS คือมีการเพิ่มแป้นสำหรับตัวอักษรคาตาคานะและฮิรางานะ รวมถึงแป้นสำหรับสลับภาษาญี่ปุ่นกับภาษาอังกฤษ ซึ่งช่วยให้การพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นสะดวกขึ้นอาจจะไม่คุ้นตากับเลย์เอ้าท์นี้กัน เนื่องจากเป็นรูปแบบคีย์บอร์ดที่ใช้กันอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
คีย์บอร์ด